SAPHA Caffee UTCC Registrar
home/news
"
»» มุมการเิงิน  
เรื่องเงินทองของเราสองคน

————เมื่อความรักมาสู่การแต่งงาน “ข้อตกลง”   ในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน  จึงเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะเรื่องเงินๆทองๆที่ไม่เข้าใครออกใคร  เราขอ แนะนำให้เตรียมวางแผนการใช้เงินและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเรื่องเงินทองให้ดี ๆ เพื่อชีวิตคู่ของเราสองคน เราจึง เสนอแนะวิธีการจัดสรรเรื่องเงินๆ ทอง ๆ ดังนี้

แบ่งส่วนรายได้    ก่อนอื่นต้องวางแผนรายได้ส่วนบุคคล  โดยทำการแบ่งเงินออกเป็นสองส่วนคือส่วนกลาง  และเงินส่วนตัว  เงินส่วนกลาง เป็น เงินของแต่ละคนที่แบ่งออกมาจากรายได้  ถือเป็นเงินกองทุนสำหรับใช้จ่ายจิปาถะในครอบครัว  เช่น  ค่าผ่อนบ้าน  ผ่อนรถ  ค่าเทอมลูก  ค่ารักษา พยาบาลในกรณีฉุกเฉิน  ฯลฯ  สมมารถหักจากเงินส่วนกลางนี้ได้เลย  และเงินส่วนที่เหลือจากรายจ่ายนี้ก็จะกลายเป็นเงินออม  ของส่วนกลางที่นำ ไปใช้ในรายการอื่นๆ ได้  แต่เงินส่วนกลางนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงก่อนหน้านี้ด้วยว่า  ใครที่มีรายได้มากกว่าก็อาจจะต้องยอมออกมากกว่า  หรืออาจจะ ตกลงให้ออกในสัดส่วนที่เท่ากันไม่ว่าจะหาได้มากหรือน้อย  แล้วเก็บเงินส่วนนี้ไว้ที่คนใดคนหนึ่งก็ได้

เงินออมส่วนตัว  อาจจะแบ่งเก็บไว้  10  เปอร์เซนต์ของเงินเดือนต่างคนต่างเก็บไว้  เงินส่วนตัวนี้ถือ เป็นเงินที่แต่ ละคน สาามารถนำไปซื้อของใช้ ส่วนตัวได้ตามสบาย  เช่น เสื้อผ้า  รองเท้า  โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด  ของใช้ส่วนตัวอื่นๆ ที่ไม่ควรรับผิดชอบร่วมกัน  เงินส่วนตัวนี้เป็นส่วน สำคัญมากที่ทุกครอบครัวต้องมี  มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาขึ้นแน่นอน  คงไม่ดีนักหรอก  หากจะต้องรบกวนเงิน ส่วนกลางที่เป็นกองทุน ร่วมกันมาใช้ใน รายการส่วนตัว

ส่วนที่เหลือจากเงินกองกลาง  หากต้องการนำมาใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ  ที่นอกเหนือไปจากรายการที่ตกลงกันไว้  จะต้องมีการปรึกษากันก่อน  นอกเหนือจากนี้  เมื่อมีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้น  ก็จำเป็นต้องดึงเงินส่วนนี้ออกมาใช้ยามจำเป็นเช่นกัน  เพราะยามที่รักกันปานจะกลืนกิน  บางครั้ง ก็อาจจะเผลอมองข้ามเรื่องเงินไป  หากเมื่อตัดสินจะลงเรือลำเดียวกันแล้ว  ยังไงก็ต้องพากันไปให้ตลอดรอดฝั่งให้ได้  อย่าให้ชีวิตครอบครัวต้อง พังพินาศด้วยปัญหาเรื่องเงินในกระเป๋าใบเดียวกัน  หรือถ้าอยากตัดไฟแต่ต้นลมคือแยกกระเป๋าคนละใบ  ก็อาจจะช่วยให้ทั้งสอง ฝ่ายสบายใจกว่า กันเยอะ

ปัญหาเรื่องเงินที่พบในชีวิตคู่

     1.   ผู้หญิงมักตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ  เมื่อถูกจัดให้ทำหน้าที่ดูแลบ้าน  ค่าอาหาร  ค่านมลูก  ค่าทำความสะอาดบ้าน ฯลฯกลายเป็นภาระทางการ เงินที่ต้องแบกรับอยู่ฝ่ายเดียวเพราะฉะนั้นต้องยึดคติที่ว่า  รักกันแล้วต้องมีความเสมอภาคกันทั้งสองฝ่าย  อย่าผลักภาระให้กลายเป็นความรับผิดชอบ ของใครคนใดคนหนึ่ง

     2.   การแต่งงานก็เหมือนการทำธุรกิจ  เมื่อมีการลงทุนร่วมกัน  หากเกิดปัญหา  อย่าผลักภาระหนี้เสียไปให้อีกฝ่าย  ต้องมีการปรึกษาพูดคุยกัน อย่างสม่ำเสมอ  ตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อให้รู้ข้อบกพร่องของธุรกิจชีวิตนี้

     3.   ผู้ที่เก็บเงินส่วนกลาง  ต้องมีความรอบคอบสูง  มิฉะนั้นเงินทุนส่วนนี้อาจจะถูกนำไปใช้ในรายการล่อตาล่อใจอื่นๆ  ที่นอกเหนือจากบัญชี รายการที่ตกลงกันไว้

     4.   สำหรับคู่ที่แยกใช้กระเป๋าใครกระเป๋ามัน  ก็ใช่จะราบรื่นเสมอไป  หากไม่ได้ทำการตกลงที่ชัดเจนตั้งแต่แรกว่า  ใครจะดูแลรับผิดชอบค่าใช้ จ่ายส่วนไหน  อาจต้องแบ่งสรรสำหรับคนที่มีรายได้มากกว่าให้รับผิดชอบจ่ายค่าใช้จ่ายหลักในบ้าน  เช่น  ค่าน้ำ  ค่าไฟ  ค่าเทอมลูก  ฯลฯ  หรือ ค่าใช้จ่ายที่ต้องมีเป็นประจำทุกเดือน  แต่สำคัญต้องมีอีกส่วนที่แบ่งไว้เป็นรายได้ส่วนตัว

     เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีปัญหาเรื่องเงินทอง  เช่น  ตกงาน  หรือทำธุรกิจล่ม  ทำให้มีปัญหาเรื่องเงิน  คนที่อยู่เคียงข้างไม่ควรอยู่เฉย  ต้องรีบปรึกษา และหาทางแก้ไข  โดยอาจต้องแสดงความช่วยเหลือทางด้านการเงิน

ที่มาบทความ  :  คอลัมภ์  smartmoney  นิตยสาร มาดาม ฟิกาโร 13 กุมภาพันธ์ 2547

 
home/news
Page
1
2